สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังมากที่สุดในจังหวัดพิษณุโลก 

สำหรับวันนี้นะเราจะมาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังมากที่จังหวัดพิษณุโลกกันค่ะสำหรับชาวพิษณุโลกนั้นจะต้องรู้กันดีว่าจะมีสถานที่ไหนบ้างที่โด่งดังมากและสวยงามมากซึ่งเราอาจไม่รู้ว่าสถานที่ที่จะกล่าวต่อไปนี้คือสถานที่เที่ยวโด่งดัง

เพราะหลายคนที่ไม่ได้อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกอาจจะไม่รู้จักสถานที่เที่ยวที่เราจะกล่าวต่อไปนี้แต่เอาจริงๆแล้วมันสวยสะกดใจจนคนที่จะติดอันดับสถานที่เที่ยวสวยๆในประเทศไทยเลยล่ะค่ะ

เพราะถ้าหากคุณได้เห็นไม่ว่าจะเป็นช่วงตอนเช้าตอนเที่ยงหรือตอนกลางคืนก็จะเป็นวิวที่สวยงามมากที่สุดเท่าที่คุณจะคิดได้เลยค่ะ สำหรับพี่พูดมาขนาดนี้นั้นหลายคนคงอยากจะรู้กันแล้วว่า จะมีสถานที่ใดบ้างที่น่าไปขนาดนั้นเดี๋ยวเรามาดูไปพร้อมๆกันเลยค่ะ 

 สำหรับสถานที่แรกที่เราจะพูดถึงเลยนั่นก็คือต้นไม้ค่ะซึ่งร้านที่มีชิงช้าต้นไม้ให้เราไปเที่ยวนั้นเราจะพูดถึงสถานที่ที่มีชื่อว่าบ้านสวนชมวิวภูรักไทยค่ะซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่โด่งดังที่หลายคนมักจะไปเมื่อไปเที่ยวที่พิษณุโลกค่ะ

ซึ่งที่นี่เป็นจุดที่โด่งดังมากเมื่อใครไปเที่ยวที่พิษณุโลกก็เพราะว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่ที่ชมวิวแล้วสวยที่สุดในจังหวัดนั้นเลยซึ่งที่บ้านสวนชมวิวภูรักไทยนี้นั้นจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งเราสามารถมองเห็น จังหวัดที่ติดต่อกันหลายจังหวัด 5 จังหวัดที่อยู่รอบๆของจังหวัดพิษณุโลกได้เลยเรียกได้ว่าต้นไม้นั้นจะต้องส่งเป็นอย่างมากถึงจะเห็นได้มากขนาดนั้น นอกจากนั้นสำหรับใครที่อยู่ที่นั่นทางที่นี่นั้นเปิดตั้งแต่ตอนช่วงประมาณ 3:00 น 4:00 น

ดังนั้นหากใครที่ต้องการที่จะดูเวลาพระอาทิตย์ขึ้นส่วนใหญ่ก็จะมาที่นี่กันเนื่องจากเมื่อไปอยู่บนต้นไม้และมองพระอาทิตย์ขึ้นแล้วเรียกได้ว่าเป็นภาพที่สวยสะกดตาสะกดใจเป็นอย่างมาก เลยค่ะและนี่ก็คือสถานที่ที่คุณจะต้องลองไปสักครั้งให้ได้ที่จังหวัดพิษณุโลกค่ะจากที่กล่าวมาก็คงจะคิดว่ามันคงสวยมากกว่าที่เราเห็นได้เพียงแค่ในรูปเท่านั้น

ซึ่งสถานที่เที่ยวในนั้นอย่างที่ได้กล่าวไปว่าอยู่เพียงแค่ที่จังหวัดพิษณุโลกเท่านั้นซึ่งหากใครสนใจก็สามารถที่จะลองไปเที่ยวกันดูนะคะแต่ขอบอกอีกนิดนึงเลยว่าดูจริงๆแล้วนอกจากจะสวยแล้วเมื่อเวลาถ่ายรูปก็ยิ่งสวยมากขึ้นไปอีกค่ะ รับรองว่าเมื่อทุกคนลองไปเที่ยวที่นี่กันแล้วจะต้องติดใจจนไม่อยากที่จะกลับบ้านกันอย่างแน่นอนเลยค่ะ

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ bk8

เที่ยวที่ภูกระดึงในช่วงฤดูหนาว

ที่เที่ยวภูกระดึงนั้นตั้งอยู่ที่จังหวัดเลยซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมได้ก็เฉพาะในเดือนตุลาคมจนถึงมกราคมเท่านั้นเนื่องจากที่นี่นั้นจะมีความสวยงามในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นแต่ในช่วงฤดูอื่นที่นี่นั้นดอกไม้จะไม่บานและความงดงามที่เคยมีในฤดูหนาวก็จะไม่มีไปดังนั้นที่นี่จะเปิดให้เฉพาะแค่ตุลาคมจนถึงมกราคมเท่านั้นค่ะ

เพราะตั้งแต่ตุลาคมไปจนถึงเดือนมกราคมค่ะ ซึ่ง อากาศที่นี่นั้นไม่ได้ร้อนเหมือนกับเวลาเราอยู่ที่เมืองไทยที่อื่นแต่ที่นี่อากาศจะเย็นกว่าที่อื่นอย่างที่ทุกคนรู้ว่าเดือนตุลาคมถึงมกราคมจะเป็นช่วงที่อากาศเย็นมากที่สุด

แต่การที่คุณมาที่นี่ก็ยังมีความรู้สึกหนาวเย็นมากกว่าที่อื่นถึงแม้ว่าที่นี่จะมีแดดแต่แดดก็ไม่ได้ร้อนมากนักดังนั้นที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปมากๆซื้อที่พี่นี่นั้นเปิดเพียงแค่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคมเท่านั้นอีก 8 เดือนที่เหลือจะเป็นช่วงที่จะรอให้ดอกไม้ที่เหี่ยวแห้งหรือต้นไม้ที่เหี่ยวแห้งนั้นการฟื้นฟูร่างกายใหม่ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมพร้อมที่จะให้นักท่องเที่ยวได้มาเข้าชมและถ่ายรูปคู่ด้วยกันซึ่งที่นี่นั้นจะมีทั้งน้ำตกสถานที่ที่น่าเที่ยวชมบรรยากาศธรรมชาติอีกหลายๆอย่าง

ซึ่งที่นี่นั้นจะมีโซน 2 โซนสำหรับคนผู้สูงอายุที่ไม่มีแรงเดินพอที่จะขึ้นไปถ่ายรูปตรงจุดสูงได้นั้นที่นี่ก็ได้สร้างจุดถ่ายรูปตรงบริเวณพื้นราบเอาไว้สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยมีแรงถึงแม้ว่าจะเป็นผู้สูงอายุแล้วแต่ก็สามารถที่จะสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอีกแบบหนึ่งได้เช่นกันส่วนอีกโซน 1 คือโซนที่มีไว้สำหรับคนที่มีแรงเดิน

ซึ่งผู้สูงอายุก็สามารถเข้ามาในซอยนี้ได้เพียงแต่ส่วนใหญ่จะไม่เข้ามากันเนื่องจากไม่ค่อยมีแรงเดินขึ้นไปในจุดสูงเช่นตรงดอยหรือภูเขาซึ่งก็จะเป็นภาพที่สวยไปอีกแบบเช่นเดียวกันค่ะซึ่งทางผู้อำนวยการของที่นี่นั้นได้รับไว้ว่าแรงบันดาลใจของเธอนั้นได้มาจากการที่เธอมักจะไปเที่ยวที่เชียงใหม่หรือเชียงรายบ่อยๆและที่นั่นจะมีสถานที่เที่ยวที่สวยงามมากมายในช่วงฤดูหนาว

ดังนั้นเธอจึงมีแรงบันดาลใจที่จะสร้างสถานที่เที่ยวนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะได้ไม่จำเป็นที่จะต้องไป นั่งเครื่องบินในการไปสถานที่นั้นเพียงแค่เราขับรถมาที่จังหวัดเลยก็สามารถที่จะมาเที่ยวที่นี่ได้แล้วซึ่งที่นี่นั้นจะมีต้นดอกนางพญาเสือโคร่งด้วยนะคะซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมากในการมาดูที่นี่รับรองว่าหากทุกคนพาลูกหลานไปกันที่นี่แล้วเด็กๆจะต้องเจ็บใจแม้กระทั่งผู้สูงอายุก็ยังต้องไม่อยากกลับแน่นอนค่ะที่นั่นตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯดังนั้นสามารถลงไปกันได้นะคะ

 

สนับสนุนโดย  rb88

สถานที่ท่องเที่ยวหนีความร้อนใกล้กรุงเทพ

ในสภาพอาการของบ้านเราโดยเฉพาะในเมืองกรุงที่ทั้งร้อนอบอ้าวแถมเต็มไปด้วยฝุ่นควันดังนั้นจึงทำให้หลายคนนั้นมีความอยากที่จะหาสถานที่หลบร้อนโดยสามารถไปนอนแบบชิวๆได้เป็นเวลาสักคืน และหากจะให้ชุ่มฉ่ำแบบสะใจแล้วละก็จะต้องมีที่สามารถเล่นน้ำได้ในตัวพร้อมกับที่พักไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่มีสระว่าน้ำหรือสวนน้ำก็ตามหรือแม้แต่ทะเลก็เป็นการช่วยอัพดีกรีในความเย็นสบายให้แก่พวกเราได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากใครก็ตามที่ยังไม่ทราบว่าจะมีการหนีร้อนไปที่แห่งไหนดี

ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ที่เป็นที่พักสุดชิวที่มีสถานที่สำหรับเอาไว้เล่นน้ำและให้ไปนอนพักโดยมีดังนี้

เรามาเริ่มที่เป็นแนวทะเลและใกล้กรุงเทพอย่างหัวหินกันก่อนเลย กับ Holiday inn vana hua hin ซึ่งสำหรับที่นี่มีที่พักแสนสวยและยังมีพร้อมสำหรับทุกอย่าง รวมกับทั้งมีวิวที่สวยแถมมีห้องพักอย่างดีอีกด้วย ห้องอาหารก็ดี และยังมีกิจกรรมให้เราได้เลือกทำอีกต่างหาก ส่วนที่เป็นไฮไลท์ที่เราจะไม่พูดถึงนั้นไม่ได้เลยนะเพราะนั้นก็คือสวนน้ำวานานาวาที่อยู่ติกับบริเวณของโรงแรม ทางด้านของความพิเศษที่เป็นของมันนั้นก็คือลูกค้าของโรงแรมสามารถที่จะเข้าใช้งานได้อย่างฟรีนั่นเอง

นอกจากนั้นคุณยังไม่ต้องไปรอต่อคิวที่จะซื้อตั๋วให้วุ่นวาโดย ภายใน 1 วันนั้นเราจะทำการเข้าออกบริเวณสวนน้ำนี้กี่ครั้งก็ได้นะถึงแม้ว่าจะเช็คเอ้าแล้วก็ยังสามารถที่จะสามารถเข้าเล่นน้ำได้อย่างเต็มวันกันไปเลย และถ้าหากท่านใดที่ไม่อยากออกจากที่พักแล้วละก็ทางโรงแรมเองก็มีสระว่ายน้ำที่อยู่บริเสณชั้นบนชั้นที่ 26 นั่นเอง โดยที่นี่นั้นเป็นแบบทรีนีตี้พลูเลยนะคะ ซึ่งเรานั้นจะได้ว่ายน้ำแบบเพลินๆโดยได้มีการชมบรรยากาศของชายทะเลไปด้วย แถมยังสามารถที่จะสั่งเครื่องดื่มค็อกเทลมาจิบแบบเก๋ๆได้อีก บอกเลยว่าถูกใจกับสาวๆอย่างแน่นอนจะเซลฟี่แบบไหนก็ตามมุมไหนก็ถือว่าสวยสุดๆไปเลย

ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวสำหรับแนวไหนก็ตามท่านสามารถที่จะท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ  เพราะจะมาแนวครอบครัวก็ไม่ต้องกังวลอะไรเนื่องจากมีน้ำและเครื่องเล่นให้เด็กๆได้เล่นและสัมผัสกับความสนุกจนลืมสิ่งอื่นรอบที่เป็นรอบข้างกันไปเลยนะ หรืออาจจะเดินทางไปกับคู่รักหรือเพื่อนๆก็จะสนุกไปอีกแบบ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนของเราโดย  sagame

เที่ยวตลาดน้ำอัมพวากันดีกว่านะ

แน่นอนอยู่แล้วอะไรว่าสำหรับตลาดน้ำอัมพวานั้นถือได้ว่าเป็นตลาดน้ำของชุมชนของคนอัมพวาทั้งหลาย โดยพวกเขานั้นได้ตั้งตลาดน้ำนี้เพื่อให้เราเห็นว่าพวกเขานั้นมีเอกลักษณ์เป็นชุมชนของชาวอัมพวาในรูปแบบไหน โดยเราสามารถที่จะไปชมตลาดน้ำสำหรับเวลาช่วงบ่ายๆ ไปตลอดจนในช่วงเวลายามค่ำคืน และที่สำคัญไฮไลท์ของตลาดอัมพวานั้นก็คือเราสามารถนั่งเรือออกไปชมหิ่งห้อยได้ โดยหิ่งห้อยนั้นจะเริ่มมีตั้งแต่ในช่วงหัวค่ำ ทำให้ที่นี่มีความแปลกกว่าตลาดน้ำของที่อื่นนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าตลาดน้ำอัมพวานี้มีเวลาเปิดและเวลาปิดไม่เหมือนกับตลาดอื่นๆ แถมในช่วงเวลายามค่ำหรือช่วงเย็นๆนั้นเราจะได้เห็นบรรยากาศของชาวชุมชนอัมพวา โดยพวกเขาจะแห่นำสินค้ามาขายของอยู่ที่คลอง ทำให้ภาพบรรยากาศนั้นเหมือนกับเราได้ก้าวเข้าไปอยู่ในยุคของสมัยก่อน ที่เป็นการนำสินค้าอาหารหรือสิ่งของจิปาถะมาขายอยู่ข้างๆแม่น้ำหรือข้างๆคลองนั่นเอง

ตลาดน้ำอัมพวามีอะไรน่าดึงดูดบ้าง

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงครามนั้นถือได้ว่ามีหลากหลายสถานที่ด้วยกัน แต่ในวันนี้  เว็บพนันออนไลน์  ของเราจะมาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของตลาดที่อัมพวาแห่งนี้เพราะถือได้ว่า เป็นจุดเด่นของจังหวัดเลยก็ว่าได้ จะเห็นได้ว่าสำหรับตลาดอัมพวานี้หากมีใครได้ไปชื่นชมจะเข้าไปสัมผัสถึงกับอารยธรรมที่มองแล้วว่าเหมือนกับการใช้ชีวิตของสมัยโบราณ โดยมีพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายนั้นนำสินค้ามาขายของบนเรือของตนเอง ดูไฮไลท์ของตลาดนี้จะเป็นการเปิดในเวลาช่วงบ่ายและทำการเปิดจนถึงช่วงค่ำ

โดยความน่าดึงดูดของตลาดนี้มีเสน่ห์หลากหลายอย่างด้วยกันที่ทำให้เราชาวนักท่องเที่ยวต่างพากันต้องมายืนชมเพราะนอกจากจะมีสินค้าแตกต่างมากมายมีอาหารการกินมีผักสดๆที่ชาวบ้านนำมาขายบนเรือพายและเรานั้นยังสามารถนั่งเรือเข้าไปชมกับหิ่งห้อยที่มากมายอีกด้วย โดยตลาดอัมพวานี้จะมีเรือให้เช่าและนั่งชมกับวิวบรรยากาศวิถีการใช้ชีวิตของชาวบ้านที่เป็นของชาวชุมชนอัมพวาโดยแท้จริงเพราะว่าการใช้ชีวิตต่างๆนานาที่แตกต่างไปจากในเมืองอย่างเรานั้นถือได้ว่าการใช้ชีวิตของพวกเขาค่อนข้างที่จะน่าสนใจแน่นอกไปจากนั้นในยามค่ำหญิงห้อยทั้งหลายจะพากันมารวมตัวอยู่ในและให้เราได้นั่งเรือออกไปเพื่อไปดูหิ่งห้อยต่างๆนานาแสงไฟของหิ่งห้อยสว่างไสวทำให้พื้นที่เรานั้นสวยงดงามมากจึงทำให้สถานที่เหล่านี้เป็นไฮไลท์ของงานและเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาดูสัมผัสกับบรรยากาศเหล่านี้อีกด้วย

ที่เที่ยวในเมืองปารีส

หากใครสักคนถามว่าถ้าไปฝรั่งเศส ที่เมืองปารีสนั้น ควรไปเที่ยวที่ไหนดี คำตอบที่คุณได้รับกลับมา มักจะโดนถามกลับว่าแล้วคุณมีเวลาให้กับเมืองปารีสนี้สักกี่วัน เพราะคำถามที่ถามกลับมาไม่ใช่ว่าเค้าตอบคุณแบบกวนๆ

แต่นี่คือเรื่องจริงที่ว่าคุณมีเวลากี่วัน ที่จะเก็บและซึมซับบรรยากาศที่เมืองนี้ได้เต็มที่ เพราะไม่ว่าจะเป็นหอไอเฟล สัญลักษณ์ของเมืองปารีส ที่ต้องบอกว่าหากเอ่ยชื่อนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะสถานที่นี้ คือสถานที่ติดหนึ่งในสิบหรือหนึ่งในห้าของโลกที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันที่จะมาเยี่ยมเยียนให้ได้สักครั้ง

และเหมือนมีมนต์ตราเสน่ห์หา ที่เปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้กลับมาที่นี่อีกครั้งแม้จะเคยมาก่อนหน้านั้นแล้ว หรือจะเป็นประตูชัย ประตูที่เปรียบเป็นสัญญลักษณ์แห่งชัยชนะของประเทศฝรั่งเศสที่ปลดตัวเองจากสงคราม ตั้งตระหง่านเป็นวงเวียนใจกลางเมืองที่เป็นเหมือนจุดศูนย์รวมของเมืองนี้ที่เชื่อมต่อไปยังถนนทุกสายในเมืองปารีส ที่ตั้งตระหง่านด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงาน

และที่พลาดไม่ได้คือ ตลาดมงต์มาร์ท ตลาดที่ได้รับการขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดที่ติดอันดับว่าเป็นตลาดที่คลาสสิคอันดับต้นๆ ของโลก ที่เป็นแหล่งรวมจิตรกรภาพวาดเหมือน นั่งกันอยู่มากมายคอยวาดรูปนั่งท่องเที่ยวเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก ตลอดสองข้างทางที่โอบล้อมไปด้วยร้านกาแฟนั่งอาบแดด จิบกาแฟมองผู้คนเดินไปมาเปรียบเสมือนกำลังดูตัวละคร กับภาพวาดเหมือนที่อยู่ตรงหน้า อีกทั้งยังมีของน่ารัก และสิ่งต่างๆมากมายที่ให้นักท่องเที่ยวมาเดินดูได้ทั้งวันก็ไม่มีเบื่อ

และโบสถ์นอร์เตอร์ดัม จุดศูนย์รวมของชาวคริสต์ ของคนฝรั่งเศสที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธ์แห่งหนึ่งของโลก ซึ่งปัจจุบันถูกยกย่องให้เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของประเทศไปแล้ว หรือหากคุณเป็นสายช๊อปปิ้งแล้วหล่ะก็ คุณก็มาไม่ผิดประเทศหรือผิดเมืองแล้วหล่ะ เพราะเมืองปารีส คือแหล่งศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมมากมายที่ขนกันมาร่วมไว้ ณ ที่แห่งนี้ ทุกยี่ห้อ ทุกแบรนด์ ซึ่งจะมีจุดให้คุณเลือกซื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นถนนคนเดินช๊องเซลิเซ่ ที่อย่างน้อยคุณต้องมีเวลา หนึ่งวันเต็มๆ

คุณถึงจะเข้าครบทุกร้าน หรือจะเป็นห้างลาฟาเย็ต ที่มีอยู่ถึงสามตึก ซึ่งก็ต้องมีอีกหนึ่งวันที่คุณจะเดินทั่ว และตอนนี้คุณเชื่อหรือยังที่เค้าถามว่า คุณมีเวลาเที่ยวฝรั่งเศสกี่วัน เพราะคนที่คุณถามเค้าจะได้แนะนำถูกว่าคุณควรจะไปเที่ยวที่ไหน ที่เหมาะสมกับเวลาของคุณกันแน่

การเดินทางท่องเที่ยวที่ดอยอินทนนท์

ในทุก75 – 76ปีดาวหางแฮลลีย์จะโคจรผ่านหลายชีวิตบนโลกความสว่างเจิดจ้าที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

ซึ่งเกือบจะเป็นโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตที่เราจะได้ประสบและยังคงมีอีกหลายสิ่งบนโลกนี้ที่โอกาสของเราจะหมดลงไปตามการเวลา ผมเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีปลายทางเป็นดอยอินทนนท์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอจอมทองผมเลือกเส้นทางในการเดินทางครั้งนี้ด้วยรถประจำทางของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากประตูเมืองเชียงใหม่เดินทางสู่วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารเป็นจุดที่ตั้งของคิวรถสองแถวสีเหลืองเพื่อขึ้นไปยังดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์ดอยที่มียอกเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศไม่ว่าจะเป็นชาวไทยและชาวต่างชาติรวมทั้งตัวผมต่างถูกดึงดูดด้วยกิตติศัพท์ในความสวยงามของที่นี้ และเมื่อเข้าสู่ดอยอินทนนท์ผมก็เดินทางมายังจุดกางเต้นท์ ดอยชัวร์ญ่า ซึ่งอยู๋ในเขตดอยอินทนนท์เป็นสถานที่กางเต้นท์อันเลื่องชื่อจุดหนึ่งของดอยอินทนนท์ ดอยบชัวร์ญ่าโครงการที่พักกางเต้นท์ของกลุ่มชาวบ้านที่นิมิตร่วมกันทิวทัศน์ของที่นี่สามารถมองเห็นน้ำตกสิริภูมิที่อยู่เบี้ยงหน้าเป็นองค์ประกอบที่หลายคนเลือกที่จะมาพักยังที่แห่งนี้หลากหลายความเชื่อที่ผมเคยได้ยินมาในชีวิตหนึ่ง

ในนั้นมีเรื่องของการพบเจอกล่องความทรงจำอันแสนไกลที่เราและเค้าจำเป็นต้องมาพบเจอพร้อมกัน ดอยอินทนนท์ นำพาผมมาพบเจอลุงและป้าในช่วงเวลาเพียงไม่นานโต๊ะที่ผมบังเอิญนั่งตัวเดียวกับท่านก็ออกรสชาติจนลุงต้องลุกไปที่รถเพื่อหยิบแก้วมาให้ผมลุงมีน้ำใจมาเต็มขนาดนี้ตัวผมจะไปขัดศรัทธาได้ไง เรื่องราวทั้งสุขปนความเศร้าเกินขึ้นในบทสนทนาหลายชั่วโมงของเราในเรื่องของความเศร้าลูกชายเพียงคนเดียวของท่านพึ่งเสียไปในไม่กี่ปีก่อนการสูญเสียคนที่เรารักสุดหัวใจขนาดนี้

เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากจินตนาการต่อในวันที่ดาวหางแฮลลีย์ผ่านมายังโลกคุณลุงได้ตั้งชื่อลูกของเค้าว่า แฮลลีย์ ชื่อของแฮลลีย์ถูกตั้งไว้เพื่อที่ซักวันลูกของเขาจะเติบโตใหญ่ในวัย75และพบเจอกับดาวหางแฮลลีย์ที่โคจรมายังโลกซักครั้งในชีวิต และคุณลุง ก็บอกกับผมว่าซักวันผลคงได้เห็นดาวหางแฮลลีย์ซักครั้งชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปการเดินทางของคุณลุงกับคุณป้าจบกับการเดินทางของผม ซึ่งคุณป้าบอกผมอยู่หลายครั้งว่าผมดูละม้ายคล้ายคลึงกับแฮลลีย์ลูกของท่านด้วยวัยที่ไกล้เคียงกันละบุคลิกที่คล้ายคลึงกันนี้ทำให้ท่านคิดถึงลูกมาก

 

สนับสนุนโดย  nowbet

2สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 

วันนี้เราไม่ต้องเก็บกระเป๋าเดินทางที่จะไปเที่ยวถึงเมืองนอกกันแล้วเพราะเราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในเมืองไทยแต่ละสถานที่นั้นได้มีบรรยากาศเหมือนกับไปเมืองนอกกันเลยทีเดียวและวันนี้จะมีที่ท่องเที่ยวที่ไหนกันบ้างตามมาดูสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำกันได้เลย

เขื่อนเชี่ยวหลาน – กุ้ยหลินเมืองไทย หรือ เขื่อนรัชชประภาจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

สถานที่นี้เป็นเขตที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสกต่อมาก็ได้รับสมยานามว่ากุ้ยหลินแห่งเมืองไทยนอกจากนี้ก็ยังมีความสวยงามที่เต็มไปด้วยความธรรมชาติแล้วและยังมีภูเขาที่สูงสง่าสวยงามตามีน้ำใสสีเขียวมรตกและถ้าหากว่าใครอยากไปท่องเที่ยวถ้ำที่นี่ก็ยังมีอีกเช่นกันจะเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงามที่เป็นแล้วจะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนอีกทั้งถ้าได้นอนแพที่เขื่อนเชี่ยวหลายแล้วจะได้บรรยากาศที่คล้ายเมือนกับกุ้ยหลินที่ประเทศจีนถือได้ว่ายังเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นยอกนิยมอีกด้วย และสำหรับการไปท่องเที่ยวที่เขื่อนเชียวหลานนั้น

นอกจากจะได้ไปชมความเป็นธรรมชาติจากตัวเขื่อนแล้วอีกทั้งภายในเขื่อนเองก็ยังมีที่พักสุดสวยอีกมากมายเอาไว้ให้เรานั้นได้มานอนแบบสโรไลน์กันแบบชิวๆนั่งดูวิวหมอกและผาหินปูนแถมที่แพนั้นก็ยังสามารถพายเรือคายัคให้เรานั้นได้สนุกไปอีกรูปแบบหนึ่งและอยากจะแนะนำให้มาท่องเที่ยวกันในช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์เพราะจะมีอากาศที่เย็นสบายและไม่ค่อยมีฝนตกหนักแถมยังมีไอหมอกออกมาให้เรานั้นได้ชมที่หน้าห้องพักแบบฟินๆกันในยามเช้าอีกด้วย

และอีกหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องบอกเลยว่าได้อารมณ์เหมือนเมืองนอกมากสุดๆนั่นก็คือ

เกาะพระทอง – ทุ้งหญ้าสะวันนาในเมืองไทย จังหวัดพังงา

ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้จัดตั้งอยู่ในอําเภอคุระบุรี ถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ในอันดับ5ของประเทศไทยและด้วยลักษณะในพื้นที่บริเวณตอนกลางของตัวเกาะนั้นที่ได้กลายมาเป็นทุ้งหญ้ามีสีเหลืองทองและก็จึงทำให้สถานที่แห่งนี้จึงได้ถูกเรียกว่าเป็น ทุ้งหญ้าสะวันนาในเมืองไทยนอกจากนี้ก็ยังมีหนองน้ำขนาดเล็กและใหญ่ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์ป่านาๆชนิดโดยเฉพพาะฝูงกวางม้าที่ไม่มีที่ไหนและมันก็หาดูได้ยากมากๆรวมไปถึงนกป่าและนกน้ำชนิดต่างๆอีกด้วยและสิ่งที่เป็นไฮไลท์ที่เกาะพระทองแห่งนี้จะอยู่ในช่วงของเวลาที่พระอาทิตย์นั้นไกลจะลาลับขอบฟ้าเพราะแสงสีส้มเหล่านั้นจะพากันลงมาอาบย้อมบรรดาหญ้าทั้งหมดให้เป็นสีทอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay

เที่ยวกาญจนบุรี สไตล์คนโสด 

เชื่อกันว่ามีหลากหลายคนที่ยังไม่มีคู่หรืออาจจะเพิ่งโดนเทมาก็ตามดังนั้นการท่องเที่ยวจึงเป็นวิธีที่ทำให้เราหายเครียดจากเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีวันนี้เราจึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพโดยเดินทางจากทางรถไฟเพียงใช้เวลาไม่นานแถมยังเป็นการประหยัดเงินของเราได้อีกด้วย 

สำหรับการท่องเที่ยวในทริปนี้เป็นการท่องเที่ยวที่ทำให้หลายหลายคนหรือคนตัวคนเดียวเป็นการชีแน่แนวทางเพื่อการท่องเที่ยวหรือการพักผ่อนคลายเครียดไปในทางที่ดีขึ้นโดยเราจะแนะนำสถานที่เที่ยวดังต่อไปนี้นั่นก็คือ การเดินทางไปวัดถ้ำกระแซของจังหวัดกาญจนบุรี 

วัดถ้ำกระแซของจังหวัดกาญจนบุรี 

ระหว่างทางจะเห็นหินผาที่อยู่ด้านข้างโดยมีเรื่องเล่าว่าหากมีคนจับแล้วจะโชคดีแต่ผมนั่งมาต่อเส้นทางก็ไม่เห็นมีใครที่จะยื่นมือไปจับฉันคนเดียวทำให้ผมไม่กล้ายื่นมือไปจับเช่นกันคนส่วนใหญ่ มักจะมีการท่องเที่ยวแบบเป็นกลุ่มหรือมาหลายหลายคนแต่สำหรับผมแล้วมาคนเดียวแต่ผมก็เห็นอีกหลายหลายคนเช่นกันที่เค้ามาคนเดียวแบบผม 

เท่าที่รู้มาว่าเส้นทางนี้ ถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่สองจากประวัติจะเห็นว่าเส้นทางนี้เป็นจุดที่อันตรายที่สุดของเส้นทางรถไฟซึ่งในอดีตเป็นที่พักของเชลยสึกเพื่อเป็นการสร้างทางรถไฟจากไทยไปพม่า 

ภายในถ้ำถือได้ว่าไม่ใหญ่เท่าไหร่นักเราจะเห็นบรรดานักท่องเที่ยวทยอยกันมาไหว้พระหลวงพ่อทำกระแซแห่งนี้จริงๆแล้วในอดีตเชื่อกันว่าภายในถ้ำหลังนี้เป็นที่พักของเชลยสึกในสงครามโลกครั้งที่สองแต่งด้วยแหละทุกอย่างมันดูล้วนเก่าไปหมดขนาดสะพานนั้นยังเป็นไม้อยู่เลย 

จากคำบอกเล่าของคนแถวนั้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองทหารญี่ปุ่นตั้งใจจะใช้แรงงานเชลยศึกเพื่อจะสร้างเส้นทางรถไฟนี้ไปถึงพม่าเลยนะแต่ในปัจจุบันเส้นทางนี้สามารถไปสุดได้แค่ตำบลท่าเสาเท่านั้นแหละ 

ตอนนี้ก็ได้เดินทางไปสู่สถานีสะพานแควใหญ่ 

ค่าเดินทางรอบนี้จ่ายเพียงแค่ 1บาทเอง และสะพานแควใหญ่นั้นซึ่งเป็นที่ตั้งของสะพานข้าแม่น้ำแควและจะเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาเที่ยวสะพานแห่งนี้จะเห็นได้ว่ากระแสน้ำใต้สะพานนี้เหมือนน้ำบนเล็กๆเลยส่วนหมอนทางรถไฟนั้นก็ยังเป็นไม้อยู่เลยซึ่งทุกคนก็เดินทางมาดูแลเสียวเสียวอยู่เหมือนกันผมเดินลงมาจากสะพานเพื่อมาที่วัดเจ้าแม่กวนอิมข้างข้างสะพานแม่น้ำแควและได้รอเวลาที่รถไฟจะข้ามสะพานข้าแม่น้ำจากที่เห็นก็ถือว่าเป็นวิวที่สวยพอสมควร 

ท่องเที่ยวในจังหวัดน่านสไตล์คนโสด

ผมทำการ เดินทางท่องเที่ยวในดินแดนต่างๆแต่นั่นก็ทำให้ผมมีความสบายใจลดความเครียดลงไปเยอะโดยการเดินทางของผมนั้นเป็นการเดินทางคนเดียวไปในทิศทางต่างๆตามใจความชอบซึ่งการเดินทางของผมในวันนี้ก็เป็นการเดินทางไปที่จังหวัดน่านเพื่อไปชม อารยธรรมต่างๆโดยมีดังนี้ 

ผมออกเดินทางเพื่อค้นหาโฮมสเตย์ในอำเภอปัว 

สำหรับนักเดินทางขาจอห์นที่เดินทางมาเพียงลำพังอย่างผมและไร้แผนการเดินทางที่แน่นอนและหลังจัดการเซิทหาโฮมสเตย์ในละแวกผมก็ได้พบกับปัวเทรนกัวล์วิสต้าโฮมสเตย์ ซึ่งชื่อที่ทำให้ลิ้นเกือบพันกันนี้ ดูจะน่าสนใจขึ้นมาทันทีเมื่อมีลาบาดอร์ สองตัวออกมาต้อนรับผมตกลงที่จะพักที่นี่ด้วยความเต็มใจไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยเป็นกันเองของเจ้าบ้าน สัตว์เลี้ยงที่น่ารักและอยู่ทัดที่สวยงามเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวถึงแม้จะเป็นแค่เพียงคนเดียว 

ในค่ำคืนนี้ผมได้พูดคุยกับพี่เจ้าของบ้านและขจติดรถออกไปชมวิวทิวทัศน์ยามเย็นของปัว เมืองที่เงียบสงบราวกับหนังในอดีตในช่วงชีวิตเห็นการเดินทางที่ลงทุนด้วยเวล ดูจะทำให้นักเดินทางมือใหม่วันนี้มีจิตใจที่สมบุกสมบันขึ้นตามระยะทางที่ได้ก้าวขาออกมาเกือบทุกสถานที่ในประเทศแห่งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นสนามเด็กเล่นให้กับคนที่ชอบสะสมความหลังอย่างผมได้เก็บเกี่ยวอดีตที่งดงามอย่างสมใจ และผมก็ได้เดินทางกลับมายังโฮมสเตย์ 

พี่เจ้าของบ้านบอกกับผมว่าสปันคือบ่อเกลือ ที่นั่นมีอากาศเย็นและสบาย ขึ้นไปบอกเกือในตอนเช้าวิ่งตรงขึ้นไป 1715 ไปประมาณ 15 นาทีก็จะถึงบ่อเกลือ แล้วต่อจากบ่อเกลือ ไปประมาณเก้ากิโลก็จะถึงสะปัน 

บ่อเกลือและหมู่บ้านสะปัน 

เช้ามืดของวันรุ่งขึ้นผมเดินทางออกจากโฮมสเตย์เพื่อตรงไปยังจุดชมวิวของวัดภูเก็ตหลายครั้งกับการตื่นเช้ามืดใน ในสถานที่อันห่างไกลเพื่อที่จะมีโอกาสได้พบกับช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของวันเพราะบางอย่างนั้นมีช่วงเวลาที่สุกงอมชีวิตจึงเกิดคุณค่าที่น่าจดจำและไม่น่าจดจำไม่ต่างไปจากพระอาทิตย์ที่ยังมีช่วงเวลาที่สวยงามที่สุด 

แม้ในช่วงเวลาที่โรยราแต่ก็อาจจะแข็งกระด้างที่สุดในช่วงเวลาที่ชัดเจนเกินกว่าที่สายตาของคนเราจะมองเห็นได้ถนัดอย่างเช่นชีวิตของคนเราที่ในเวลาที่รุ่งโรจน์นั้นอาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดหรือในเวลาที่เติบใหญ่และเต็มไปด้วยทรัพย์สินที่สะสมไว้ทั้งชีวิตก็กลับไร้ความสวยงามแตกต่างจากการวิ่งเล่นของเด็กเล็กๆดังเช่นแสงอาทิตย์ในยามเช้าที่คอยอาบสายตาที่เป็นจุดกำเนิดที่ทำให้เราไม่หลงทางทั้งภายในและภายนอก  

สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปให้ได้

สถานที่ท่องเที่ยวของบ้านเมืองเรานั้นมีเยอะมากมาย ซึ่งที่ต่างๆที่เราเคยพูดกันนั้นทุกคนอาจจะมีการคุ้นเคย ซึ่งสถานที่ที่ยังไม่ถูกพูดถึงกก็มีอยู่มากเหมือนกัน และยังเป้นสถานที่ที่น่าไปเที่ยวมากอีกด้วย สำหรับบทความเหล่านี้เราจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เราควรไปให้ได้สักครั้งหนึ่งของชีวิตเรา

สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำนั้นก็คือ

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี 

สำหรับวัดนี้เราต้องบอกว่าเป็นวัดที่มีความงดงาม ซึ่งเปรียบได้ดังกับป่าหิมพานได้เลยแหละ มีการตกแต่งโบสถ์ด้วยการแต่งเป็นภาพวาดของงานทางด้านศิลปะเป็นภาพต้นอํามฤต ซึ่งลายเหล่านั้สวยงามมาก และยังเป็นการเรืองแสงอีกด้วย ซึ่งหากมีพระอาทิตย์ตกดินเราสามารถมานั่งมองชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงาม ซึ่งนอกจากนั้นยังเป็นการชมวิวของแม่น้ำโขง โดยมองตรงไปจะเห็นในฝั่งที่เป็นประเทศลาวได้เลยนะ

วัดแก่งชมดาว หรือว่า หาดชมดาว จังหวัดอุบลราชธานี 

สำหรับวัดนี้จุดเด่นคือจะมีหินขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ที่มองดูคล้ายกับดวงจันทร์ เพราะที่เหล่านั้นล้วนเป็นหลุมบ่อเต็มไปหมด ซึ่งข้อดีของมันคือการมองไปนั้นจะเห็นเนินและจะเห็นผา และยังมีหาดทราย และแก่งน้ำอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปถ่ายรูปที่นั้นได้ ซึ่งหากถ่ายออกมาจะดูแลกับว่าที่นั้นมีความงดงามในรูปแบบของมัน ซึ่งการเดินทางไปเยี่ยมชมวิวควรที่จะไปเวลาเช้าๆ เพราะอากาศยามเช้าและวิว บวกกับบรรยากาศต้องบอกว่าสวย งดงาม และจะติดใจ

วัดพระบาทปู่ผาแดง จังหวัดลำปาง  

ที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามไม่แพ้กับที่อื่นเลย และต้องบอกว่าที่นั้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าวัดเฉลิมพระเกียรพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จุดเด่นของวัดเป็นเจดีย์ได้ถูกซึ่งสร้างมาจากแรงศรัทธาของชาวบ้านซึ่งความงดงามไม่ได้มีแค่นี้นะหากวันไหนที่มีหมอกปกคลุมอยู่จะเป็นพื้นที่ที่สวยอีกที่หนึ่งเลยแหละ ต้องบอกว่าเป็นจุดพักผ่อนและเป็นจุดที่ทำให้หลายคนหายเหนื่อจากการทำงานได้มากจริงๆ

หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ 

สำหรับที่นี่ต้องบอกว่าเป็นสถานที่ประเภทที่มีหินผาที่มีรูปร่างลักษณะค่อนข้างใหญ่ ซึ่งหินเหล่านั้นจะแยกตัวออกเป้นสามก้อนด้วยกัน และรูปร่างของมันจะคล้ายคลึงกับปลาวาฬของเรานั่นเอง แปลกดีที่หินเหล่านั้นจะมีการคล้ายพ่อ แม่ ลูก ที่เป็นปลาว่ายอยู่ท่ามกลางป่าที่มีความสวยงดงาม เรื่องราวของหินเหล่านี้ถูกค้นพบและมีการคาดเดาว่าน่าจะมีอายุประมาณ 75 ล้านปีน่าจะได้ เรียกได้ว่าอยู่มายาวนานมากๆเลยเนอะ