2สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 

วันนี้เราไม่ต้องเก็บกระเป๋าเดินทางที่จะไปเที่ยวถึงเมืองนอกกันแล้วเพราะเราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในเมืองไทยแต่ละสถานที่นั้นได้มีบรรยากาศเหมือนกับไปเมืองนอกกันเลยทีเดียวและวันนี้จะมีที่ท่องเที่ยวที่ไหนกันบ้างตามมาดูสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำกันได้เลย

เขื่อนเชี่ยวหลาน – กุ้ยหลินเมืองไทย หรือ เขื่อนรัชชประภาจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

สถานที่นี้เป็นเขตที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสกต่อมาก็ได้รับสมยานามว่ากุ้ยหลินแห่งเมืองไทยนอกจากนี้ก็ยังมีความสวยงามที่เต็มไปด้วยความธรรมชาติแล้วและยังมีภูเขาที่สูงสง่าสวยงามตามีน้ำใสสีเขียวมรตกและถ้าหากว่าใครอยากไปท่องเที่ยวถ้ำที่นี่ก็ยังมีอีกเช่นกันจะเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงามที่เป็นแล้วจะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนอีกทั้งถ้าได้นอนแพที่เขื่อนเชี่ยวหลายแล้วจะได้บรรยากาศที่คล้ายเมือนกับกุ้ยหลินที่ประเทศจีนถือได้ว่ายังเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นยอกนิยมอีกด้วย และสำหรับการไปท่องเที่ยวที่เขื่อนเชียวหลานนั้น

นอกจากจะได้ไปชมความเป็นธรรมชาติจากตัวเขื่อนแล้วอีกทั้งภายในเขื่อนเองก็ยังมีที่พักสุดสวยอีกมากมายเอาไว้ให้เรานั้นได้มานอนแบบสโรไลน์กันแบบชิวๆนั่งดูวิวหมอกและผาหินปูนแถมที่แพนั้นก็ยังสามารถพายเรือคายัคให้เรานั้นได้สนุกไปอีกรูปแบบหนึ่งและอยากจะแนะนำให้มาท่องเที่ยวกันในช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์เพราะจะมีอากาศที่เย็นสบายและไม่ค่อยมีฝนตกหนักแถมยังมีไอหมอกออกมาให้เรานั้นได้ชมที่หน้าห้องพักแบบฟินๆกันในยามเช้าอีกด้วย

และอีกหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องบอกเลยว่าได้อารมณ์เหมือนเมืองนอกมากสุดๆนั่นก็คือ

เกาะพระทอง – ทุ้งหญ้าสะวันนาในเมืองไทย จังหวัดพังงา

ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้จัดตั้งอยู่ในอําเภอคุระบุรี ถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ในอันดับ5ของประเทศไทยและด้วยลักษณะในพื้นที่บริเวณตอนกลางของตัวเกาะนั้นที่ได้กลายมาเป็นทุ้งหญ้ามีสีเหลืองทองและก็จึงทำให้สถานที่แห่งนี้จึงได้ถูกเรียกว่าเป็น ทุ้งหญ้าสะวันนาในเมืองไทยนอกจากนี้ก็ยังมีหนองน้ำขนาดเล็กและใหญ่ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์ป่านาๆชนิดโดยเฉพพาะฝูงกวางม้าที่ไม่มีที่ไหนและมันก็หาดูได้ยากมากๆรวมไปถึงนกป่าและนกน้ำชนิดต่างๆอีกด้วยและสิ่งที่เป็นไฮไลท์ที่เกาะพระทองแห่งนี้จะอยู่ในช่วงของเวลาที่พระอาทิตย์นั้นไกลจะลาลับขอบฟ้าเพราะแสงสีส้มเหล่านั้นจะพากันลงมาอาบย้อมบรรดาหญ้าทั้งหมดให้เป็นสีทอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay

ท่องเที่ยวในจังหวัดน่านสไตล์คนโสด

ผมทำการ เดินทางท่องเที่ยวในดินแดนต่างๆแต่นั่นก็ทำให้ผมมีความสบายใจลดความเครียดลงไปเยอะโดยการเดินทางของผมนั้นเป็นการเดินทางคนเดียวไปในทิศทางต่างๆตามใจความชอบซึ่งการเดินทางของผมในวันนี้ก็เป็นการเดินทางไปที่จังหวัดน่านเพื่อไปชม อารยธรรมต่างๆโดยมีดังนี้ 

ผมออกเดินทางเพื่อค้นหาโฮมสเตย์ในอำเภอปัว 

สำหรับนักเดินทางขาจอห์นที่เดินทางมาเพียงลำพังอย่างผมและไร้แผนการเดินทางที่แน่นอนและหลังจัดการเซิทหาโฮมสเตย์ในละแวกผมก็ได้พบกับปัวเทรนกัวล์วิสต้าโฮมสเตย์ ซึ่งชื่อที่ทำให้ลิ้นเกือบพันกันนี้ ดูจะน่าสนใจขึ้นมาทันทีเมื่อมีลาบาดอร์ สองตัวออกมาต้อนรับผมตกลงที่จะพักที่นี่ด้วยความเต็มใจไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยเป็นกันเองของเจ้าบ้าน สัตว์เลี้ยงที่น่ารักและอยู่ทัดที่สวยงามเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวถึงแม้จะเป็นแค่เพียงคนเดียว 

ในค่ำคืนนี้ผมได้พูดคุยกับพี่เจ้าของบ้านและขจติดรถออกไปชมวิวทิวทัศน์ยามเย็นของปัว เมืองที่เงียบสงบราวกับหนังในอดีตในช่วงชีวิตเห็นการเดินทางที่ลงทุนด้วยเวล ดูจะทำให้นักเดินทางมือใหม่วันนี้มีจิตใจที่สมบุกสมบันขึ้นตามระยะทางที่ได้ก้าวขาออกมาเกือบทุกสถานที่ในประเทศแห่งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นสนามเด็กเล่นให้กับคนที่ชอบสะสมความหลังอย่างผมได้เก็บเกี่ยวอดีตที่งดงามอย่างสมใจ และผมก็ได้เดินทางกลับมายังโฮมสเตย์ 

พี่เจ้าของบ้านบอกกับผมว่าสปันคือบ่อเกลือ ที่นั่นมีอากาศเย็นและสบาย ขึ้นไปบอกเกือในตอนเช้าวิ่งตรงขึ้นไป 1715 ไปประมาณ 15 นาทีก็จะถึงบ่อเกลือ แล้วต่อจากบ่อเกลือ ไปประมาณเก้ากิโลก็จะถึงสะปัน 

บ่อเกลือและหมู่บ้านสะปัน 

เช้ามืดของวันรุ่งขึ้นผมเดินทางออกจากโฮมสเตย์เพื่อตรงไปยังจุดชมวิวของวัดภูเก็ตหลายครั้งกับการตื่นเช้ามืดใน ในสถานที่อันห่างไกลเพื่อที่จะมีโอกาสได้พบกับช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของวันเพราะบางอย่างนั้นมีช่วงเวลาที่สุกงอมชีวิตจึงเกิดคุณค่าที่น่าจดจำและไม่น่าจดจำไม่ต่างไปจากพระอาทิตย์ที่ยังมีช่วงเวลาที่สวยงามที่สุด 

แม้ในช่วงเวลาที่โรยราแต่ก็อาจจะแข็งกระด้างที่สุดในช่วงเวลาที่ชัดเจนเกินกว่าที่สายตาของคนเราจะมองเห็นได้ถนัดอย่างเช่นชีวิตของคนเราที่ในเวลาที่รุ่งโรจน์นั้นอาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดหรือในเวลาที่เติบใหญ่และเต็มไปด้วยทรัพย์สินที่สะสมไว้ทั้งชีวิตก็กลับไร้ความสวยงามแตกต่างจากการวิ่งเล่นของเด็กเล็กๆดังเช่นแสงอาทิตย์ในยามเช้าที่คอยอาบสายตาที่เป็นจุดกำเนิดที่ทำให้เราไม่หลงทางทั้งภายในและภายนอก  

สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปให้ได้

สถานที่ท่องเที่ยวของบ้านเมืองเรานั้นมีเยอะมากมาย ซึ่งที่ต่างๆที่เราเคยพูดกันนั้นทุกคนอาจจะมีการคุ้นเคย ซึ่งสถานที่ที่ยังไม่ถูกพูดถึงกก็มีอยู่มากเหมือนกัน และยังเป้นสถานที่ที่น่าไปเที่ยวมากอีกด้วย สำหรับบทความเหล่านี้เราจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เราควรไปให้ได้สักครั้งหนึ่งของชีวิตเรา

สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำนั้นก็คือ

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี 

สำหรับวัดนี้เราต้องบอกว่าเป็นวัดที่มีความงดงาม ซึ่งเปรียบได้ดังกับป่าหิมพานได้เลยแหละ มีการตกแต่งโบสถ์ด้วยการแต่งเป็นภาพวาดของงานทางด้านศิลปะเป็นภาพต้นอํามฤต ซึ่งลายเหล่านั้สวยงามมาก และยังเป็นการเรืองแสงอีกด้วย ซึ่งหากมีพระอาทิตย์ตกดินเราสามารถมานั่งมองชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงาม ซึ่งนอกจากนั้นยังเป็นการชมวิวของแม่น้ำโขง โดยมองตรงไปจะเห็นในฝั่งที่เป็นประเทศลาวได้เลยนะ

วัดแก่งชมดาว หรือว่า หาดชมดาว จังหวัดอุบลราชธานี 

สำหรับวัดนี้จุดเด่นคือจะมีหินขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ที่มองดูคล้ายกับดวงจันทร์ เพราะที่เหล่านั้นล้วนเป็นหลุมบ่อเต็มไปหมด ซึ่งข้อดีของมันคือการมองไปนั้นจะเห็นเนินและจะเห็นผา และยังมีหาดทราย และแก่งน้ำอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปถ่ายรูปที่นั้นได้ ซึ่งหากถ่ายออกมาจะดูแลกับว่าที่นั้นมีความงดงามในรูปแบบของมัน ซึ่งการเดินทางไปเยี่ยมชมวิวควรที่จะไปเวลาเช้าๆ เพราะอากาศยามเช้าและวิว บวกกับบรรยากาศต้องบอกว่าสวย งดงาม และจะติดใจ

วัดพระบาทปู่ผาแดง จังหวัดลำปาง  

ที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามไม่แพ้กับที่อื่นเลย และต้องบอกว่าที่นั้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าวัดเฉลิมพระเกียรพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จุดเด่นของวัดเป็นเจดีย์ได้ถูกซึ่งสร้างมาจากแรงศรัทธาของชาวบ้านซึ่งความงดงามไม่ได้มีแค่นี้นะหากวันไหนที่มีหมอกปกคลุมอยู่จะเป็นพื้นที่ที่สวยอีกที่หนึ่งเลยแหละ ต้องบอกว่าเป็นจุดพักผ่อนและเป็นจุดที่ทำให้หลายคนหายเหนื่อจากการทำงานได้มากจริงๆ

หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ 

สำหรับที่นี่ต้องบอกว่าเป็นสถานที่ประเภทที่มีหินผาที่มีรูปร่างลักษณะค่อนข้างใหญ่ ซึ่งหินเหล่านั้นจะแยกตัวออกเป้นสามก้อนด้วยกัน และรูปร่างของมันจะคล้ายคลึงกับปลาวาฬของเรานั่นเอง แปลกดีที่หินเหล่านั้นจะมีการคล้ายพ่อ แม่ ลูก ที่เป็นปลาว่ายอยู่ท่ามกลางป่าที่มีความสวยงดงาม เรื่องราวของหินเหล่านี้ถูกค้นพบและมีการคาดเดาว่าน่าจะมีอายุประมาณ 75 ล้านปีน่าจะได้ เรียกได้ว่าอยู่มายาวนานมากๆเลยเนอะ