สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังมากที่สุดในจังหวัดพิษณุโลก 

สำหรับวันนี้นะเราจะมาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังมากที่จังหวัดพิษณุโลกกันค่ะสำหรับชาวพิษณุโลกนั้นจะต้องรู้กันดีว่าจะมีสถานที่ไหนบ้างที่โด่งดังมากและสวยงามมากซึ่งเราอาจไม่รู้ว่าสถานที่ที่จะกล่าวต่อไปนี้คือสถานที่เที่ยวโด่งดัง

เพราะหลายคนที่ไม่ได้อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกอาจจะไม่รู้จักสถานที่เที่ยวที่เราจะกล่าวต่อไปนี้แต่เอาจริงๆแล้วมันสวยสะกดใจจนคนที่จะติดอันดับสถานที่เที่ยวสวยๆในประเทศไทยเลยล่ะค่ะ

เพราะถ้าหากคุณได้เห็นไม่ว่าจะเป็นช่วงตอนเช้าตอนเที่ยงหรือตอนกลางคืนก็จะเป็นวิวที่สวยงามมากที่สุดเท่าที่คุณจะคิดได้เลยค่ะ สำหรับพี่พูดมาขนาดนี้นั้นหลายคนคงอยากจะรู้กันแล้วว่า จะมีสถานที่ใดบ้างที่น่าไปขนาดนั้นเดี๋ยวเรามาดูไปพร้อมๆกันเลยค่ะ 

 สำหรับสถานที่แรกที่เราจะพูดถึงเลยนั่นก็คือต้นไม้ค่ะซึ่งร้านที่มีชิงช้าต้นไม้ให้เราไปเที่ยวนั้นเราจะพูดถึงสถานที่ที่มีชื่อว่าบ้านสวนชมวิวภูรักไทยค่ะซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่โด่งดังที่หลายคนมักจะไปเมื่อไปเที่ยวที่พิษณุโลกค่ะ

ซึ่งที่นี่เป็นจุดที่โด่งดังมากเมื่อใครไปเที่ยวที่พิษณุโลกก็เพราะว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่ที่ชมวิวแล้วสวยที่สุดในจังหวัดนั้นเลยซึ่งที่บ้านสวนชมวิวภูรักไทยนี้นั้นจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งเราสามารถมองเห็น จังหวัดที่ติดต่อกันหลายจังหวัด 5 จังหวัดที่อยู่รอบๆของจังหวัดพิษณุโลกได้เลยเรียกได้ว่าต้นไม้นั้นจะต้องส่งเป็นอย่างมากถึงจะเห็นได้มากขนาดนั้น นอกจากนั้นสำหรับใครที่อยู่ที่นั่นทางที่นี่นั้นเปิดตั้งแต่ตอนช่วงประมาณ 3:00 น 4:00 น

ดังนั้นหากใครที่ต้องการที่จะดูเวลาพระอาทิตย์ขึ้นส่วนใหญ่ก็จะมาที่นี่กันเนื่องจากเมื่อไปอยู่บนต้นไม้และมองพระอาทิตย์ขึ้นแล้วเรียกได้ว่าเป็นภาพที่สวยสะกดตาสะกดใจเป็นอย่างมาก เลยค่ะและนี่ก็คือสถานที่ที่คุณจะต้องลองไปสักครั้งให้ได้ที่จังหวัดพิษณุโลกค่ะจากที่กล่าวมาก็คงจะคิดว่ามันคงสวยมากกว่าที่เราเห็นได้เพียงแค่ในรูปเท่านั้น

ซึ่งสถานที่เที่ยวในนั้นอย่างที่ได้กล่าวไปว่าอยู่เพียงแค่ที่จังหวัดพิษณุโลกเท่านั้นซึ่งหากใครสนใจก็สามารถที่จะลองไปเที่ยวกันดูนะคะแต่ขอบอกอีกนิดนึงเลยว่าดูจริงๆแล้วนอกจากจะสวยแล้วเมื่อเวลาถ่ายรูปก็ยิ่งสวยมากขึ้นไปอีกค่ะ รับรองว่าเมื่อทุกคนลองไปเที่ยวที่นี่กันแล้วจะต้องติดใจจนไม่อยากที่จะกลับบ้านกันอย่างแน่นอนเลยค่ะ

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ bk8

ไอติมรสแก๊สน้ำตารสชาติใหม่ที่หากินได้ที่คาเฟ่ในประเทศฮ่องกง 

          หากใครที่กำลังสนใจอยากจะไปเที่ยวประเทศฮ่องกงแนะนำว่าตอนนี้ที่ประเทศฮ่องกงได้มีการออกไอศครีมรสชาติใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมของชาวฮ่องกงเป็นอย่างมากโดยไอศกรีมรสชาติใหม่นี้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเป็นการให้ชาวฮ่องกงสามารถระลึกถึงตอนที่เกิดเหตุการณ์ฮ่องกงนึกว่าทำการประท้วงแล้วถูกเจ้าหน้าที่ทำการสลายม็อบด้วยการฉีดแก๊สน้ำตา

เอาใส่ประชาชนเพื่อสลายการชุมนุมดังนั้นจึงมีร้านไอศครีมชื่อดังของฮ่องกงร้านหนึ่งได้มีการคิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่เป็นไอศครีมเขาบอกเลยว่าฮักกินไปแล้วจะมีอาการแสบร้อนทรมานมากเลยทีเดียวทำให้สามารถนึกย้อนไปถึงเรื่องการประท้วงได้อย่างไม่มีวันลืม

       หากใครที่ยังไม่เคยรู้รสชาติของการถูกแก๊สน้ำตาสี่ใสนั้นเป็นยังไงแนะนำว่าหากอยากรู้สามารถที่จะไปร้านไอศครีมร้านดังนี้ได้เพราะว่าที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับความรู้สึกที่อาจจะไม่เคยรู้สึกมาก่อนหรือสำหรับใครบางคนที่เคยไปประท้วงชุมนุมแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ทหารติดแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมแล้วก็คงจะรู้ดีว่ารสชาติของวันนั้นแย่มากแค่ไหนเพราะคุณจะรู้สึกทั้งหายใจไม่ออกแล้วมันก็มีกลิ่นฉุนเจ็บปวดทรมานเมื่อโดนแก๊สน้ำตาที่ใส่เสื้อสกรีนที่ร้านดังในฮ่องกงนี้

ทำก็ไม่ต่างกันเลยเมื่อมีหลายคนที่ไปลองสัมผัสอยากจะรู้รสชาติของไอศครีมลดแก๊สน้ำตาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมื่อเรากินเข้าไปแล้วมันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดทรมานที่เกิดขึ้นจากการที่เราถูกแก๊สน้ำตาฉีดใส่มันทรมานมากจนอยากแทบจะเอาเข้าปากปุ๊บแล้วกินน้ำตามปั๊บเลยแล้วเมื่อคืนไปแล้วชาวฮ่องกงส่วนใหญ่ต่างก็บอกว่านึกถึงวันในอดีตที่ต่างก็เคยถูกยิงแก๊สน้ำตาใส่สลายการชุมนุมเมื่อช่วงที่ประเทศฮ่องกง

ได้มีการประท้วงอะไรกันทั่วประเทศอย่างไรก็ตามนี่ถือว่าเป็นจุดดึงดูดลูกค้าที่ชอบของแปลกให้เป็นรองของแตกกันได้ที่นี่สำหรับไอศกรีมแก๊สน้ำตานั้นมีส่วนผสมหลายอย่างที่เจ้าของร้านไม่มีนำมาผสมผสานรวมกันไม่ว่าจะเป็นมัสตาร์ดหรือว่าซาบิเพื่อให้มีรสชาติและความคล้ายคลึงกับแก๊สน้ำตาแล้วยังต้องผสมพริกไทยดำเมื่อกินเข้าไปแล้ว

ก็จะทำให้รู้สึกระคายเคืองคอซึ่งเป็นรสชาติที่แย่มากสำหรับคนที่ชื่นชอบการกินไอศกรีมแต่สำหรับคนที่อยากจะรับรู้และสัมผัสถึงรสชาติของการถูกฉีดแก๊สน้ำตาใส่คุณสามารถแวะมาเที่ยวที่นี่แวะกินไอศครีมรสชาตินี้ได้โดยที่คุณไม่ต้องออกไปประท้วงไม่ต้องบาดเจ็บตัวเลย  

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 live tv

การเดินทางไปท่องเที่ยวที่เชียงคาน

ผมออกเดินทางโดยทิ้งตัวตนในรูปแบบเดิมๆและการดำเนินชีวิตที่มีรูปแบบแผนเอาไว้ที่โลกใบเก่าและResetระบบความรู้สึกตัวเองอีกครั้งเพื่อเรียนรู้ชีวิตในโลกใบใหม่กับการเดินทางที่ไร้แบบแผนในช่วงเช้าของวันศุกร์ผลนั่งรอรถทัวร์อยู่ที่ขนส่งหล่มสักจังหวัดเพชรบูรณ์การเดินทางในทริปนี้มันจะเป็นเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่เมืองเลยเป็นจังหวัดที่เมื่อเราได้นึกถึงก็ทำให้เห็นผีตาโขงและริมน้ำโขงและปลายทางของการเดินทางในครั้งนี้คือเชียงคานใช้ระยะเวลากว่า3ชั่วโมงกว่าจะมาถึงที่เมืองเลย

และเมื่อผมได้มาถึงยังไม่ทันได้หายใจก็จะต้องรีบกระโดดขึ้นรถสองแถวคันใหญ่ที่กำลังจะวิ่งออกเพื่อที่จะได้เดินทางเข้าไปสู่เชียงคานอย่างต่อเนื่องและเมื่อได้สอบถามชาวบ้านที่นั่งอยู่บนรถ สำหรับการเดินทางไปลงที่ถนนคนเดินของเชียงคานซึ่งก็ได้มีพี่ผู้หญิงบนรถก็ได้บอกผมว่าให้ผมลงที่ วัดศรีคุณเมือง

ซึ่งมันได้เป็นจุดที่เราสามารถเดินทะลุเข้าไปยังถนนคนเดินของเชียงคานได้ซึ่งมันก็จะใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงถนนคนเดินเชียงคานในช่วงระยะเวลาบ่ายแก่ๆกับยรรยากาศอันเงียบเหงาท้องใส้ที่ไม่ได้กินอะไรมาเลยกว่า6-7ชั่วโมงก็ได้ถูกเติมเต็มที่ร้านเชียงคานบ้านเฮาแห่งนี้และเมื่อได้ถามทางพี่สาวชาวบ้าน ที่เชียงคานผมก็ได้เดินทางออกมาพบกับบ้านชาบเคียงที่พักที่ผมได้จองไว้สักครู่ เมื่อตอนที่อยู่บนรถสองแถวพี่ๆที่ได้อยู่ที่บ้านตรงข้ามก็ได้บอกว่า พี่เต้เจ้าของบ้านได้ออกไปทำธุระนอกเมืองและเมื่อผมได้รอเขาอยู่สักพักผมจึงโทรหาพี่เต้ด้วยน้ำเสียงปลายทางที่ดูเป็นกันเอง

ได้บอกกับผมว่าให้ผมสามารถเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อไปเลือกห้องที่อยากนอนได้เลยซึ่งได้เป็นการจบบทสนทนาที่แปลกประลาด สำหรับที่พักหนึ่งที่ที่ผมจะเคยไปซึ่งต้องบอกเลยว่าในอารมณ์นี้มันอาจจะรู้สึกเหมือนได้เข้ามาพักบ้านเพื่อนซะมากกว่า ซึ่งมันได้เป็นความสบายๆที่ทำให้ผมได้เห็นคนที่นี่อีกหนึ่งมุมและพี่จองของบ้านก็ได้บอกผมว่าผมสามารถนำจักรยานที่อยู่ในบ้านสีชมพูเอาออกไปขี่ได้

เมื่อได้มาถึงเชียงคานการได้ปั่นจักรยานริมน้ำโขงอาจจะเป็นกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนไม่อยากพลาดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราได้เดินทางมาท่องเที่ยวยังเชียงคานแห่งนี้มันอาจจะเป็นเสน่ห์ของที่นี่ที่ติดริมน้ำโขงและได้มองเห็นประเทศลาวอีกฟากของริมแม่น้ำ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ตลาดน้ำในกรุงเทพ

 เที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยม  ตลาดน้ำในกรุงเทพ

            หลังจากที่เราต้องอดทนอุดอู้อยู่แต่ในบ้านไม่ได้เที่ยวที่ไหนมาเป็นเวลานานดังนั้นวันนี้เราจะไปหาที่เที่ยวที่เป็นแหล่งของกินกันดีกว่าค่ะเพราะว่าตอนนี้ถ้าหากไปเที่ยวต่างจังหวัดไกลๆก็ยังเป็นอันตรายมากเกินไปว่าการขับรถขับรานั้นจะมีอันตรายรวมถึงโรงแรมต่างๆหลายที่ก็มีการปิดบริการไปและยังเป็นอีกว่าถ้าเราเดินทางไปไกลๆเกิดสถานที่ท่องเที่ยวนั้นยังไม่เปิด

เราจะไปเก้อแล้วกลับบ้านไม่ทันเธอๆแน่นอนดังนั้นตอนนี้เราจึงขอเที่ยวแถวๆบ้านเราเป็นก่อนซึ่งตอนนี้บ้านเราอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีเพราะฉะนั้นที่เที่ยวที่ใกล้ที่สุดที่มีของกินเยอะๆเราจึงพาไปเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยมกันดีกว่าค่ะเพราะที่นี่อยู่ในเขตกรุงเทพฯแถวตลิ่งชันเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่มากๆที่มีร้านค้ามากมายหลายร้านมารวมตัวกัน

เพื่อขายของให้กับนักท่องเที่ยวและอาหารของที่นี่ก็สดใหม่และเป็นอาหารพื้นบ้านเช่นพืชผักสวนครัวรวมถึงผลไม้ซึ่งเป็นผลไม้แบบสดๆไร้สารเคมีเพราะออกมาจากสวนของชาวบ้านที่อยู่แถวตลิ่งชันกันจริงๆเลยทีเดียวและที่สำคัญผลไม้ที่นี่ราคาไม่แพงด้วยนะคะหากใครสนใจที่จะออกจากบ้านไปช้อปปิ้งเล็กๆน้อยๆหาของมากินในบ้านแนะนำเลยว่าตอนนี้ตลาดน้ำคลองลัดมะยมเปิดทำการเรียบร้อยแล้วหลังจากที่รัฐบาลได้มีการปลดล็อคในบางสถานที่สามารถเปิดให้บริการลูกค้าได้

ซึ่งเมื่อก่อนที่นี่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติมากโดยไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือว่าคนต่างประเทศก็จะมาเที่ยวตลาดน้ำที่นี่ด้วยกันทั้งนั้นเพราะเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่มากถึงแม้ว่าคนจะเยอะทุกท่านแต่ก็ไม่อ่านจนเกินไปหน้าที่สำคัญของกินมีเยอะมากๆมองไปทางไหนก็ละลานตาไปด้วยของกินเต็มไปหมดเลยตลาดน้ำที่นี่อนุญาตให้เปิดบริการมาแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมปีพ.ศ 2563 ซึ่งเขาจะเปิดทำการขายของเฉพาะแค่วันหยุดวันเสาร์กับวันอาทิตย์เท่านั้นรวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้

แต่สำหรับวันธรรมดาแล้วที่ตลาดน้ำแห่งนี้จะปิดทำการและการมาเที่ยวที่ตลาดน้ำแห่งนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่านะคะเพราะที่นี่ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าหรือเจ้าหน้าที่คอยควบคุมคอยให้บริการที่ตลาดน้ำแห่งนี้ต่างก็มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการระวังการระบาดของเชื้อไวรัสกันอยู่แล้ว

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าแต่ละร้านก็จะมีแผงกั้นพลาสติกกั้นระหว่างแม่ค้ากับลูกค้าเอาไว้และที่หน้าร้านแม่ค้าก็จะมีการเตรียมเจลล้างมือไว้ให้ลูกค้าเอาไว้กดล้างมือที่สำคัญทุกคนในตลาดจะมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยกันอยู่ตลอดเวลาและที่สำคัญจะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ที่หน้าตลาดโดยจะคอยตรวจสอบว่านักท่องเที่ยวคนไหนใส่หน้ากากอนามัยมาบ้าง

สำหรับใครที่ไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยก็จะมีการขออนุญาตไม่ให้เข้าไปใช้บริการที่ตลาดน้ำได้เพราะต้องให้ลูกค้าคนอื่นๆเห็นถึงความปลอดภัยของตลาดน้ำเป็นสำคัญอย่างไรก็ดีที่ตลาดน้ำแห่งนี้มีการเปิดในช่วงของการขายตรงบริเวณริมถนนก่อนและเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็จะเริ่มมีการขยายพื้นที่ลงไปแถวบริเวณในคลองเหมือนเดิมหากใครไม่รู้จะไปไหน วันนี้อย่าลืมแวะไปช็อปปิ้งผลไม้กลับมากินที่บ้านกันดูนะคะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 ดีไหม

วัดนิเวศธรรมประวัติ

            หลังจากที่วัดวาอารามต่างๆต้องปิดให้ประชาชนงดเข้าไปทำบุญไหว้พระในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าปัจจุบันบางวัดเริ่มเปิดให้บริการให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมความงามภายในบริเวณวัดและไปกราบไหว้พระพุทธรูปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กับชีวิตตนเองให้เจริญก้าวหน้าขึ้นได้บ้างแล้วเนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า

ตอนนี้เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นดังนั้นหลายสถานที่จึงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยี่ยมชมดังนั้นวันนี้เราจึงจะพาไปเที่ยววัดนิเวศธรรมประวัติซึ่งที่วัดแห่งนี้เป็นวัดไทยแต่มีการสร้างสไตล์ฝรั่งเพราะว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอยากจะให้วัดแห่งนี้มีความแตกต่างจากวัดอื่นๆเพื่อให้วัดที่นี่ดูมีเสน่ห์ไม่ซ้ำแบบใครด้วยวัดนี้ได้มีการสร้างมาตั้งแต่ช่วงสมัย พ.ศ. 2421

และแน่นอนด้วยสไตล์ของฝรั่งโบสถ์จึงเหมือนกับโบสถ์ของฝรั่งที่มีความสูงโอ้โหและข้างในก็ยังมีการตกแต่งให้เหมือนกับของโปรดของฝรั่งอีกด้วยซึ่งด้านในเราจะเห็นว่าจะมีการนำพวกกระจกสีมาตามหลักตามจุดต่างๆทำเป็นลวดลายที่มีความสวยงามแปลกตาและที่เป็นไฮไลท์ของวัดแห่งนี้ที่ประชาชนควรจะไปกราบไหว้นั่นก็คือที่นี่จะมีอัฐิของเจ้าจอมมารดาชุ่มซึ่งท่านเป็นพระสนมเอกของรัชกาลที่ 4 ใครที่เคยมาเที่ยววัดแห่งนี้

จะเห็นได้ว่าภายในโบสถ์นั้นจะสวยงามมากเพราะจะเทียบเท่ากับความสวยงามของโบสถ์ฝรั่งเลยทีเดียวและที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือการเดินทางไปที่วัดแห่งนี้เราสามารถเพิ่มความตื่นเต้นให้กับตนเองได้ด้วยการนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำเพื่อจะไปเที่ยววัดแห่งนี้เพราะวัดนิเวศธรรมประวัติถูกสร้างอยู่ที่เกาะกลางน้ำ

ดังนั้นใครจะไปใครจะมาจึงต้องให้ทางสามเณรเป็นคนหมุนกระเช้าให้ ระหว่างที่รอกระเช้าเคลื่อนที่ไปถึงบริเวณวัดเราก็สามารถชมความงดงามธรรมชาติบริเวณรอบๆวัดได้ซึ่งอากาศที่นี่จะเย็นสบายและ มีความเงียบสงบเป็นอย่างมากอย่างยิ่งหากใครจะมาปฏิบัติธรรมที่นี่หรือแม้แต่ขยะที่จะมาถ่ายรูปกับสถานที่แปลกๆและสวยงามก็สามารถมาถ่ายรูปที่นี่

เพื่อเช็คอินลงใน Facebook และ Instagram ส่วนตัวของตนเองก็ได้ หากใครที่อยากจะมาเที่ยววัดนี้ก็อย่าลืมชวนคนในครอบครัวมาด้วยนะคะเพราะนอกจากจะได้เที่ยวแล้วยังได้บุญกลับไปเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต  สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่วัดนิเวศธรรมประวัติ นั้นจะอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเราสามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ตั้งแต่ตีนห้าครึ่งจนถึงสามทุ่มได้เลย  เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวที่นี่ทุกวัน เราสามารถร่วมทำบุญเพื่อนำเงินมาบูรณะซ่อมแซมวัดได้อีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 pc

อีกมุมของสังคมไทยที่เห็นแก่ตัว

         เราจะเห็นได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องของความยิ้มแย้มแจ่มใสและความปกป้องอารีย์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยประเทศไทยจะมีชื่อเสียงด้านดีด้านนี้เสมอมายามคับขันที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีเหตุคนไทยก็มาช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่เสมอนั่นคือพื้นฐานที่ทุกคนถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กจนถึงโตเป็นผู้ใหญ่

และมีมาตั้งแต่ในสมัยอดีตกาลแล้วแต่ความดีที่มีชื่อเสียงนี้ยังมีมุมมืดของมันด้วยกันทุกคนเมื่อมีด้านสว่างด้านมืดของคนไทยที่นอกจากเรื่องของการยิ้มแย้มแจ่มใสและป้อมอารีย์นั้นก็มีเช่นเดียวกันนั่นก็คือมุมด้านของการเห็นแก่ตัวของคนบางคนเมื่อถึงคราวคับขันจริงๆมุมด้านนี้ของคนแต่ละคนก็จะออกมาแสดงให้เห็นเป็นพฤติกรรมที่เราสามารถเห็นได้

หาคนคนนั้นกำลังได้รับความลำบากดังเช่นปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังมีการระบาดของไวรัสโคโรน่าประชากรส่วนใหญ่ไม่มีงานทำไม่มีเงินซื้ออาหารเรียกได้ว่าแทบจะอดมื้อกินมื้อกันเลยทีเดียวซึ่งอย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและปาลีจึงมีคนนำความคิดดีๆมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ด้วยการทำตู้ปันสุขขึ้นมาซึ่งตัวนี้มีแนวความคิดที่จะนำข้าวของเครื่องใช้อาหารการกินมาบริจาคให้กับคนยากไร้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมายืนแจกของให้ยุ่งยากเพียงนำสิ่งของมาไว้ในตู้และเมื่อใครขาดแคลนสิ่งไหนก็สามารถมาหยิบไปได้ฟรีโดยไม่ถูกคิดเงินซึ่งการทำเช่นนี้เป็นการแสดงความมีน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในมุมของความเห็นแก่ตัวของคนบางคน

เราจะเห็นได้ว่าหลายคนที่มาเปิดตู้ปันสุขเพื่อหยิบของที่ต้องการไปนั้นพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้หยิบไปเพียงแค่ชิ้นสองชิ้นเท่านั้นไม่ได้คิดว่าจะต้องเหลือของอื่นๆเอาไว้ให้กับคนที่ขาดแคลนได้มีกินมีใช้ร่วมกันแต่ส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันอยู่นะตอนนี้ก็คือทุกคนต่างเตียงถุงเตรียมตะกร้าเพื่อมาขนของกลับบ้านไปเป็นจำนวนมาก

โดยไม่นึกถึงคนอื่นที่ขาดแคลนเหมือนกันว่าเขาจะมีกินเหมือนกันหรือไม่หากเรานำไปหมดและนี่คืออีกมุมหนึ่งที่มีอยู่ในสังคมไทยที่เราอาจจะรู้แต่ว่าไม่เคยนึกถึงมาก่อนเรื่องนี้ไม่ได้มีการกล่าวอ้างขึ้นลอยๆเท่านั้นแต่ยังมีการบันทึกภาพที่เห็นการกระทำของคนที่เห็นแก่ตัว ที่ทำให้ ความ ต้องการที่อยากจะช่วยเหลือผู้คนของคนที่มีจิตเมตตาหายไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 line

สถานที่ที่น่าสนใจของตุรกีมีอะไรบ้าง

สำหรับประเทศตุรกีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจอยู่ไม่น้อย นั่นก็คือปามุคคาเล เพราะมันคือสิ่งมหัศจรรย์ของตุรกีเลยก็ว่าได้ โดยทราบกันทั่วไปว่าปามุคคาเลนั้นก็คือ ปราสาทปุยฝ้าย

เนื่องจากว่าได้มีการนำ คำต่างๆมารวมกัน โดยเป็นภาษาของตุรกีนั้น เท่ากับว่าคำว่าปามุคนั้นก็คือปุยฝ้าย ส่วนความหมายของคำว่าคาเลนั้นตุรกีก็หมายถึงปราสาทนั่นเอง นานจึงนำมารวมกันให้ความหมายจากคำว่าปราสาทปุยฝ้ายที่เรารู้จักกันนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าปราสาทปุยฝ้ายนี้ เป็นหยังบ่น้ำแร่ที่มีการขุดขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งเท่ากับว่าน้ำเหล่านั้นได้มีการผุดขึ้นมาจากใต้พื้นแผ่นดินของเรา นอกจากนั้นยังมีแหล่งที่มาพูดว่าเราพื้นใต้ดินนั้นเป็นพื้นของธารน้ำต่างๆ

แต่ทว่าจุดเด่นของน้ำแร่ที่นี่นั้นจะมีความแตกต่างไม่เหมือนจากที่อื่นนะ เพราะว่าจากที่เราเห็นแล้วบ่อน้ำแร่ของที่นี่นั้นเป็นลักษณะที่เป็นแอ่งของสระน้ำที่เป็นแนวน้ำตก ซึ่งสระน้ำนี้จะเกิดการทำปฏิกิริยา กับหินปูนที่มีสีออกจะเป็นสีขาว เกาะกันเป็นชั้นๆ เป็นขั้น โดยมองแล้วนึกถึงน้ำตกต่างๆที่เราเห็นกันนั่นแหละ แต่ว่าลักษณะที่เราเห็นนั้นมันก็ไม่ใช่น้ำตกที่มันไหลจ้ะที่เราคุ้นเคย เพราะการไหลในแต่ละชั้นของมันนั่นก็คือการไหลที่เกิดจากน้ำที่ผุดขึ้นมา นอกจากนั้นยังมีแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งมีการพูดกันว่าน้ำเหล่านี้สามารถรักษา โรคภัยต่างๆได้อีกด้วยนะ

สำหรับน้ำที่ผุดขึ้นมานี้จะเห็นได้ว่า ค่อนข้างที่จะมีความร้อนนิดนึงเพราะมันอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียสเลยแหละ จะเห็นได้ว่าเรานักท่องเที่ยวแห่ให้ความสนใจกันอย่างมากและมีการไปนั่งแช่น้ำแร่เหล่านี้กันอีกด้วย นอกจากจะได้แช่น้ำแร่แล้วสถานที่เหล่านี้ก็ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างสวยงามอีกมาก และยังถือว่าเป็นมรดกของโลกอีกด้วยนะ

ดังนั้นเราควรที่จะอนุรักษ์ไว้ ให้ทางด้านรุ่นลูกรุ่นหลานของเราได้มีโอกาสไปสัมผัสกับมัน และที่สำคัญปราสาทปุยฝ้ายที่เราเห็นกันตอนนี้ก็ยังเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย เท่ากับว่าจะต้องมีบุคคลที่เข้ามาดูแล ดังนั้นรัฐบาลและองค์กร UNESCO เข้ามาดูแลอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการปกป้องให้สถานที่เที่ยวเหล่านี้ไม่ทรุดโทรม และยังเป็นการรักษาไว้ให้คงสืบทอดต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานหรือรุ่นต่อไป

ดังนั้นหากผู้ที่สนใจที่จะเข้าไปเที่ยวสถานที่เหล่านี้คุณควรทำตามกฎที่มีการบ่งบอกเอาไว้เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเป็นการเก็บรักษาไว้ให้รุ่นอื่นๆได้ยลโฉมสถานที่สวยๆเหล่านี้อีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทางเข้าrb88

ไปเที่ยวบางแสนแวะเที่ยวเขาสามมุข

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวทะเลบางแสนนั้นคงต้องเคยขับรถผ่านเขาสามมุกซึ่งที่นี่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมและไปเที่ยวกันโดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้

นอกจากเราจะไปดูลิงที่เขาสามมุกแล้วยังมีอาหารรสเลิศที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกินกันและที่สำคัญที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไปเพื่อต้องการไปกราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความรักโดยที่เขาสามมุกนั้นมีตำนานความรัก ที่มีกันมาอย่างยาวนานซึ่งสมัยก่อนนั้นสถานที่แห่งนี้ยังไม่ได้ถูกเรียกเป็นเขาสามมุขและยังไม่ได้ถูกเรียกว่าเป็นบางแสนซึ่งเป็นเดิมเป็นแค่หมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่งเท่านั้นโดยมีตำนานเล่าถึงความรักของคนทั้งคู่ว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้มีกำนันชื่อว่ากำนันบ่ายมีลูกชายชื่อว่าแสนและตัดออกไปไม่ไกลมีหญิงสาวคนหนึ่งอยู่กับยาย

โดยหญิงสาวคนนี้ชื่อว่าสามมุกซึ่งในทุกๆวัน 3 โมงจะต้องออกมานั่งเล่นอยู่ริมชายหาดเพื่อมองดูคนหนุ่มคนสาวเล่นว่าวกันอยู่มาวันหนึ่งอยู่ดีๆก็มีว่าวตกลงมาอยู่ที่หน้าเขาสามมุกซึ่งสามมุขได้ทำการเก็บว่าวนั้นเอาไว้และก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งก็คือแสนเดินมาเพื่อจะเอาคืนเมื่อแสงได้เจอกับสามมุขก็รู้สึกถูกชะตากันและเกิดรักใคร่ชอบพอกันขึ้น

แสนได้ให้แหวนแทนใจกับสามมุขเอาไว้โดยทั้งคู่ได้มีการสาบานต่อกันว่าหากใครผิดคำสาบานก็ขอให้มาโดดหน้าผาตายตรงบริเวณที่ทั้งคู่กำหนดเอาไว้ซึ่งกำนันบ่ายพ่อของแสนรู้เรื่องเข้าก็ไม่พอใจเพราะว่าครอบครัวของสามมุกนั้นยากจนกำนันบ่ายจึงได้ไปขอหญิงสาวคนหนึ่งเพื่อให้มาแต่งงานกับแสน

ซึ่งในวันแต่งงานนั้นสามมุขได้มารดน้ำให้กับแสนและนำแหวนมาคืนแสงด้วยหลังจากที่แสนเห็นว่าสามมุกมาอวยพรให้และวิ่งหายออกไปแสนจึงวิ่งตามสามมุขไปจนถึงหน้าผาที่พวกเขาเคยสาบานกันเอาไว้และสามมุกก็กระโดดลงหน้าผาฆ่าตัวตายทำให้ฉันเสียใจมากจึงได้กระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามสามมุกไปซึ่งชาวบ้านที่รู้ข่าวต่างก็พากันสาปแช่งกำนันบ่ายที่กีดกันความรักของคนทั้งคู่ซึ่งตัวกำนันบ่ายเองก็รู้สึกเสียใจมากจึงได้มีการตั้งชื่อหน้าผาแห่งนั้น

ว่าเขาสามมุกส่วนทะเลตรงบริเวณนั้นจึงตั้งชื่อว่าหาดบางแสนเพื่อให้ทั้งคู่ได้ครองคู่กันและนับแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านก็มักจะเห็นหญิงสาวมายืนอยู่ตรงหน้าผาหน้านั้นโดยชาวบ้านเชื่อกันว่านั่นคือวิญญาณของสามมุกดังนั้นนับตั้งแต่นั้นชาวบ้านจึงได้มีการตั้งศาลนี้ขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ให้หญิงสาวที่ชื่อ 3 มุกด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์และก็มีพวกหนุ่มสาวมากราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความรักกัน

เป็นจำนวนมากอีกทั้งชาวประมงที่จะล่องเรือหาปลาก็มักจะมาจุดประทัดเพื่อบนบานศาลกล่าวให้ชาวประมงหาปลาได้มากำลังและอย่าได้พบอุปสรรคกับพายุในทะเลซึ่งคำอธิษฐานก็จะสัมฤทธิ์ผลและชาวประมงก็จะมาจุดธูปแก้บนกับเจ้าแม่สามมุขทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพร

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 โบนัส 100

สถานที่ไปเที่ยวต่างประเทศโดยไม่ต้องง้อวีซ่า

ว่ากันว่าการเดินทางเป็นการช่วยสร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการไปเที่ยวต่างประเทศ มันเป็นการทำให้เราได้เปิดมุมมองโลกทัศน์ และเป็นการเปิดมุมมองประสบการณ์ใหม่ๆได้อย่างดีเยี่ยม แต่การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่นัก เพราะจะต้องเตรียมทั้งพาสปอร์ตจะต้องเตรียมทั้งวีซ่าหรือแม้แต่เอกสารต่างๆที่ใช้สำหรับเดินทาง ซึ่งจะเห็นได้ว่าเอกสารค่อนข้างที่จะวุ่นวายมากมายเลยแหละ

แต่วันนี้ทางเว็บ  next88 ฝากเงิน  ของเราจะมาแนะนำสถานที่ไปเที่ยวต่างประเทศโดยไม่ต้องง้อวีซ่า

ซึ่งสำหรับประเทศที่เราจะแนะนำนั้นมีทั้งวิวสวยแถมไม่ต้องง้อวีซ่าอีกด้วยซ้ำ และมีจุดเช็คอินที่เที่ยวต่างๆที่เราไม่ควรพลาด ซึ่งหากใครอยากรู้ว่ามันมีประเทศอะไรบ้างมาดูกันเลย

อันดับแรกประเทศเวียดนาม

ถือได้ว่าเวียดนามนั้นตอนนี้กำลังขึ้นชื่อเป็นอย่างมากแถมสถานที่ท่องเที่ยวเขานั้นก็มีหลากหลายสไตล์ด้วยกัน ซึ่งจะมีตั้งแต่ภูเขาที่เป็นธรรมชาติแบบเขียวขจีล้อมรอบไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ หรืออาจจะเป็นชายหาดที่เป็นทะเลสาบก็ได้เช่นกัน และนอกจากนั้นยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามต่างๆอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น เมืองเก่าฮอยอัน ทะเลทรายสีขาวนวลพี่กำลังเป็นชื่อโด่งดังอยู่ตอนนี้

แน่นอนแล้วว่านักท่องเที่ยวสัตห*บเบอร์กำลังชื่นชอบเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีเกาะฟูก๊วกที่เป็นเกาะขึ้นชื่อ เกี่ยวกับเป็นไข่มุกแห่งเวียดนาม ที่มีการตั้งอยู่ระหว่างชายแดนของประเทศเวียดนามและ ประเทศกัมพูชาในทะเลของ อ่าวไทยค่ะ

จะเห็นได้ว่าการเที่ยวเวียดนามนั้นมีการเดินทางที่สะดวกสบาย และการใช้เงินในการท่องเที่ยวนั้นก็ถือได้ว่าไม่แพงนักเป็นการเซฟเงินในกระเป๋าเราไปอีกรูปแบบหนึ่งเรียกว่าดีต่อใจมากๆ ซึ่งในส่วนตัวของเราไม่แปลกใจเลยสักนิดที่จะทำให้สถานที่เหล่านี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพราะสถานที่เหล่านี้ทั้งสวยและกำลังเป็นที่ยอดนิยมอยู่ในขณะนี้หาคนที่ต้องการท่องเที่ยวไม่ไปสถานที่เหล่านี้ถือว่าพลาดอย่างหนัก แถมไปเวียดนามนี้คุณจะไม่ต้องง้อวีซ่าอยู่ได้ประมาณ 30 วันเลยนะจ๊ะ

อีกหนึ่งประเทศที่กำลังเป็นที่นิยมของชาวไทยนั่นก็คือประเทศไต้หวัน

ชื่อได้ว่าเป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปมากเพราะเรียกได้ว่าค่าครองชีพนั้นไม่แพงจนเกินไปซึ่งเราจะเห็นได้ว่าไต้หวันนี้เป็นต้นตำรับของเครื่องดื่มที่กำลังฮิตไปทั่วทีปทั่วแดนนั่นก็คือชานมไข่มุกซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ท่านสามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องง้อวีซ่าและต้องการเดินทางท่องเที่ยวได้ถึง 14 วันด้วยกันจุดเด่นของที่นี่มีอยู่หลากหลายอย่างด้วยกันแต่หนึ่งในนั้นไม่แพ้การช้อปปิ้งเพราะเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ราคาค่อนข้างที่จะสบายกระเป๋าของคนที่มีความชื่นชอบในด้าน Shoppingนอกจากนั้นยังมีแหล่งของกินที่ค่อนข้างอร่อยอีกมากมายอีกด้วยนะ